บทความ

มาทำความรู้จักกับช่อง Combo Input Connector บน Audio interface กันเถอะ!

โดย Millionhead ในวันที่ 09 มิ.ย. 2562, 15:23 น.

     การใช้สายผิดแบบต่อช่องต่อผิดช่อง คือเรื่องที่เป็นปัญหาที่พบเจอบ่อยที่สุด ในการใช้ออดิโออินเตอร์เฟสต่อไมค์เพื่อบันทึกเสียงของมือใหม่ เหตุเพราะช่องต่อแบบคอมโบบนออดิโออินเตอร์เฟส สามารถต่อรับสัญญาณได้หลายรูปแบบ
     
     ทำความรู้จักช่องต่อแบบคอมโบ(Combo Connector) บนออดิโออินเตอร์เฟซ ....


Audio Interface ส่วนใหญ่ในปัจจุบัน สามารถต่ออุปกรณ์เพื่อใช้บันทึกเสียงได้ตามรูปแบบสัญญาณที่เข้ามา 3 แบบ คือ

     1. ช่องต่อรับสัญญาณจากไมโครโฟน
     
     2. ช่องต่ออรับสัญญาณแบบ Line - รับสัญญาณเสียงที่อยู่ในระดับ Line Level เช่นสัญญาณจากเครื่องเล่น CD, DVD, Keyboard มาเข้าที่ Interface

     3. ช่องต่ออรับสัญญาณแบบ Hi-Z หรือ Instrument - รับสัญญาณจากการเสียบกีต้าร์ไฟฟ้าและเบสไฟฟ้า ต่อตรงเข้าออดิโออินเตอร์เฟซ



 

     ออดิโออินเตอร์เฟซในปัจจุบันจำนวนมาก เลือกใช้ช่องต่อแบบคอมโบ (Combo Connector) หรือช่องต่อแบบตัวเดียว รองรับหัวเสียบได้หลายแบบ ซึ่งดูได้จากการที่ช่องเสียงเป็นช่องต่อหัวขนาดใหญ่ มีรูเสียบตรงกลาง รอบๆ รูเสียบตรงกลาง มีรูเล็กๆ อีก 3 รู อยู่ชิดรูกลาง ดังนั้นการใช้งานหัวต่อแบบคอมโบ ก็ต้องใช้ชนิดหัวต่อเพื่อนำมาเสียบให้ตรงกับแหล่งสัญญาณด้วยหัวต่อแบบคอมโบ โดยทั้วไปจะเสียบหัวต่อได้สามแบบคือ


   - หัวต่อแบบ XLR - แบบที่มี 3 ขา ใช้สำหรับต่อไมโครโฟนเข้าออดิโออินเตอร์เฟซ โดยการต่อด้วยสาย XLR สัญญาณเสียงของไมค์จะผ่านไมโครโฟนปรีแอมป์บนตัวออดิโออินเอร์เฟซ


  
   - หัวต่อแบบ TRS - หรือเราเรียกกันแบบคุ้นเคยว่าสายแจ็ค หัวเหมือนสายเสียบกีต้าร์ ใช้เสียบเข้ารูตรงกลางช่องคอมโบ ใช้สำหรับสัญญาณแบบ Line และ Hi-Z
   - หัวต่อแบบ TRS แบบ Balance - หัวต่อคล้ายแจ็คกีต้าร์แต่ที่หัวจะมีขั้ว 3 ขั้ว แบบหัวเฮดโฟนหัวใหญ่ ใช้เสียบสัญญาณ Line แบบ Balance


การใช้งานช่องต่อคอมโบ

   - ถ้าต่อไมค์ตรงเข้าออดิโออินเตอร์เฟซ ต้องใช้หัวต่อแบบ XLR เท่านั้น เพราะช่องหัวต่อแบบ XLR จะนำสัญญาณจากไมค์เข้าสู่ไมค์ปรี ทำให้สัญญาณจากไมค์ได้คุณภาพดี

ถ้าต่อไมค์ตรงแล้วใช้หัวต่อแบบ TRS เสียบเข้ารูตรงกลาง สัญญาณจากไมค์จะเสียคุณภาพเสียงและความแรงของสัญญาณ เสียงที่ได้มีคุณภาพต่ำ ซึ่งตรงนี้ต้องระวัง -ถ้าต่อไมค์ตรง ต้องใช้สายแบบ XLR เท่านั้น-

    - แต่ถ้าต่อไมค์ผ่านไมค์ปรีที่เป็น Hardware ภายนอก จากไมค์ปรีต้องต่อเข้าออดิโออินเตอร์เฟซ โดยผ่านช่อง Line โดยใช้หัวต่อแบบ TRS เพราะสัญญาณจากไมค์ ถูกไมค์ปรีภายนอกแปลงสัญญาณให้มีระดับ Line Level แล้ว ถ้าต่อสัญญาณจากไมค์ปรีภายนอกมาเข้าที่ช่อง XLR จะเกิดอาการไมค์ปรีซ้อนไมค์ปรี ทำให้สัญญาณเกิดอาการเสียงแตก สัญญาณเกินได้ ** ตรงนี้คือข้อต้องระวังในการใช้ไมค์ปรีภายนอก

   - หัวแบบ TRS ใช้ต่อสัญญาณแบบ Line และ Hi-Z ซึ่งเป็นช่องเสียบแจ็ครูเดียวกัน โดยบนออดิโออินเตอร์เฟซจะมีปุ่มหรือโปรแกรมให้เลือกว่าช่องเสียบ TRS จะทำหน้าที่รับสัญญาณแบบ Line หรือ Instrument ซึ่งตรงนี้ต้องเลือกให้ถูกต้อง

     ถ้าเป็นสัญญาณนำเข้าจากแหล่งเสียงอื่น เช่น CD, DVD, Mixer, Microphone Preamp, Keyboard ให้เลือกเป็นสัญญาณแบบ Line

     ถ้าเป็นการเสียบกีต้าร์และเบสไฟฟ้า อัดตรงเข้าออดิโออินเตอร์เฟซ ให้เลือกเป็น Instruments (Hi-Z) การเลือกชนิดของสัญญาณในการต่อกีต้าร์และเบสไฟฟ้าเข้าอินเตอร์เฟซให้ถูกต้อง เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะถ้าเลือกไว้เป็นแบบ Line อาจทำให้วงจรภายในอินเตอร์เฟซพังได้ ดังนั้นการอัดกีต้าร์และเบสต่อตรง ต้องเลือกชนิดสัญญาณให้ถูกต้อง
     ช่องต่อแบบคอมโบ ช่วยทำให้ออดิโออินเตอร์เฟซมีขนาดเล็กลง มีต้นทุนในการผลิตลดลงเพราะลดจำนวนช่องของเสียง ให้ใช้ช่องเดียวแต่ทำหน้าที่ได้หลากหลาย ข้อสำคัญในการใช้งานก็คือ ต้องเลือกชนิดของหัวต่อให้ตรงกับชนิดของสัญญาณ


     ผู้เขียน ธนภัทร แสงสุตะโกศล (บอม) เป็นนักทำเพลง เขียนเนื้อ ทำนอง และทำดนตรีเองทั้งหมด ทำเพลงโฆษณา ทำเพลงประกอบ เขียนบทความทางดนตรี เป็นสมาชิกและโปรดิวเซอร์ให้วงทำเพลงฟังสบายชื่อ Tea or Me ติดตามเฟสบุ๊คเพจ Riddimer Studio : https://www.facebook.com/RiddimerStudio/ 

 

 

สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

Tel : 081-802-5196 , 02-719-2097

Line@ : @millionheadpro
Facebook : millionheadpro
Instagram : millionheadpro