บทความ

เพราอะไร? ทำไมจึงควรเเต่งทำนอง ก่อนเเต่งเนื้อเพลง

โดย Millionhead ในวันที่ 07 มิ.ย. 2562, 12:39 น.

    คำถาม คือการแต่งเพลงมีขั้นตอนที่ถูกต้องไหม ว่าต้องแต่งเนื้อร้องก่อนหรือแต่งทำนองก่อน หรือแต่งไปพร้อมกันได้ วิธีการไหนที่ถูกต้อง? 
ซึ่งคำตอบ! คือไม่มีวิธีที่ถูกต้องแค่วิธีเดียว การเกิดขึ้นของเพลงหนึ่งเพลง เกิดได้จากหลายวิธี และทุกวิธีเป็นวิธีที่ถูกต้อง ถ้าทำให้เพลงเกิดขึ้นได้

     แต่ถ้าตอบในแบบให้ขั้นตอนการทำงานง่าย การแต่งเพลงแบบที่ผมทำ จะมีขั้นตอนที่แน่นอน คือ

     1. ทำดนตรีเป็นไกด์ ว่าทางเดินคอร์ดเป็นยังไง จังหวะยังไง - ตรงนี้เป็นข้อแรกที่ทำเพราะจะทำให้กำหนดได้ว่าจะแต่งเพลงช้าหรือเร็ว รูปแบบดนตรีเป็นอย่างไร ถ้าไม่ทำดนตรีเป็นแนวทางไว้ แล้วแต่งทำนองและเนื้อร้องจนเสร็จ เพลงนั้นอาจเอามาทำตามแนวดนตรีที่อยากทำไม่ได้

     
     2. แต่งทำนอง - พอได้ดนตรีเป็นไกด์ ก็แต่งทำนอง โดยใช้วิธีร้องเป็นทำนองที่ไม่มีคำที่มีความหมาย อัดรวมไว้กับดนตรี การที่มีดนตรีก่อน ทำให้การแต่งทำนองมีกรอบให้เกาะไว้ เหมือนเวลานักดนตรีเล่น Improvise มีดนตรีเป็นแนวทางการสร้างทำนองก็จะง่ายขึ้น และข้อดีคือ พอแต่งทำนองเสร็จ มีดนตรีและทำนองแล้ว คุณจะเห็นภาพชัดมาก ว่าเพลงใช้ได้หรือไม่ได้ ตรงนี้ลองนึกถึงเวลาคุณได้ยินเพลงที่ดีมาก ที่เป็นภาษาอื่นที่คุณไม่รู้จัก คุณได้ยินแต่ทำนอง แต่แค่นั้นคุณก็ตัดสินได้แล้วว่าเพลงนั้นคุณชอบหรือไม่

     

     3. แต่งเนื้อร้อง ให้ลงกับทำนองที่แต่งไว้

นี่คือขั้นตอนที่ผมและนักทำเพลงอาชีพส่วนใหญ่ใช้ ในการสร้างเพลง

==============================
 

     ทีนี้กลับมาที่คำถามแรกว่า ทำไมจึงควรแต่งทำนองก่อนเนื้อร้อง?

ข้อดีของการแต่งทำนองก่อนเนื้อร้องก็คือ คุณจะได้มีจุดกำหนดแน่นอน ว่าคุณมีคำที่เขียนได้กี่คำ เนื้อที่ของเพลงหนึ่งเพลงคุณจะเล่าเรื่องได้แค่ไหน และทำให้คุณเขียนเนื้อหาเท่าทีควรจะเป็น ไม่เกิดอาการเขียนไหลไปเรื่อย หรือกลอนพาไป ทำให้คุณวางทิศทางการเขียนได้มากขึ้น

และถ้ามีทำนองมาก่อน ใครๆ ก็สามารถเขียนเนื้อลงไปในทำนองให้เป็นเพลงได้ ซึ่งไม่ได้แปลว่าเพลงจะดีหรือไม่ดี แต่มองในมุมการทำได้ ตัวอย่างคือลองเล่นแปลงเนื้อเพลง ยกเพลงดังมากๆ มาหนึ่งเพลง แล้วให้แปลงเนื้อเพลง ทุกคนทำได้ (และถ้าให้แปลงเป็นเนื้อเพลงที่ตลกหรือทะลึ่ง จะยิ่งง่าย)

     คนที่ไม่เคยแต่งเนื้อเพลงโดยมีทำนองมาก่อน มักจะกลัวว่า ตัวทำนองจะกลายเป็นกรอบจนไม่มีพื้นที่ให้เขียนสิ่งที่คิดได้หมด ถ้ากำหนดจำนวนคำมาก่อน จะเขียนเนื้อรู้เรื่องได้จริงหรือ

     ข้อพิเศษของคำในภาษาไทยคือ มีความยืดหยุ่นในการให้ความหมายมาก การบอกเล่าถึงสิ่งของ ความรู้สึก คำนามต่างๆ ของสิ่งเดียวกัน เราอาจมีคำแทนได้หลายคำ เช่น รัก คือความหมายหลัก แต่เวลาเราเขียนเนื้อเพลง เราแทนอาการรักได้หลายรูปแบบ เช่น รู้สึกดี, หัวใจ, รอยยิ้ม, ใจสั่น, หวั่นไหว เราใช้ความยืดหยุ่นนี้เขียนลงไปให้พอดีในทำนองได้เสมอ

หรือหากเรามีเนื้อหาที่ต้องการบอกชัดเจน ไม่ว่าทำนองจะเป็นตัวกำหนดพื้นที่ให้มีคำกี่คำ ภาษาไทยก็ยังยืดหยุ่นให้เราเขียนคำเป็นประโยคสั้นยาวได้ พอดีกับทำนอง เช่น เราต้องการสื่อใจความว่า "ฉันนอนไม่หลับ"

ถ้าทำนองใส่คำได้ 4 คำ - XXXX เราก็เขียนตรงๆ ได้ว่า ฉันนอนไม่หลับ

ถ้าทำนองมี 8 - คำ XXXX XXXX เราก็ยังเขียนได้เป็น เมื่อคืนทั้งคืน ฉันนอนไม่หลับ หรือ กลางคืนต้องฝืน ข่มใจหลับตา

ถ้าทำนองใส่คำได้ 3 คำ - XXX อาจเขียนแค่ ยากจะนอน, หลับยังไง ...

จะเห็นว่า ไม่ว่าจะมีทำนองบังคับคำไว้กี่คำ เราเขียนความหมายให้ได้ใจความว่า "นอนไม่หลับ" ได้ นี่คือความพิเศษของภาษาไทย คือมีความยืดหยุ่นในการบอกความหมาย

หรือยกตัวอย่างอีกแบบ อย่างเช่นกลอนแปดแบบสุนทรภู่ ก็มีรูปแบบจำนวนคำกำหนดมาแน่นนอน ซึ่งมองได้ว่าเป็นกรอบแบบเดียวกับการสร้างทำนองไว้ก่อน การมีรูปแบบแน่นอนนี้ นำมาแต่งเป็นเรื่องเล่ายาวๆ อย่าง พระอภัยมณี ได้จนจบ ดังนั้นจึงต้องมองว่า มีวิธีเขียนเพื่อให้คำลงกับทำนองพอดีและได้ความหมายเสมอ เพียงแต่เราต้องหาให้เจอ ซึ่งนั้นคือทักษะที่คนเขียนเนื้อเพลงต้องมี

ขอให้สนุกกับการเขียนเพลงครับ
 

 


     ผู้เขียน ธนภัทร แสงสุตะโกศล(บอม) – โปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง นักทำเพลงโฆษณาและศิลปินวง Tea or Me ปัจจุบันเปิดเพจแนะนำการทำเพลงและรับผลิตเพลง ติดตามเฟสบุ๊คเพจ Riddimer Studio : https://www.facebook.com/RiddimerStudio/ 

สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

Tel : 081-802-5196 , 02-719-2097

Line@ : @millionheadpro
Facebook : millionheadpro
Instagram : millionheadpro